สังยุตตนิกาย
สฬายตนวรรค
สฬายตนสังยุต
สัพพวรรคที่ ๓
สารูปสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงข้อปฏิบัติอันสมควรแก่การเพิกถอนซึ่งความสำคัญสิ่งทั้งปวงด้วยตัณหา มานะและทิฐิแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ข้อปฏิบัติอันสมควรแก่การเพิกถอนซึ่งความสำคัญสิ่งทั้งปวงด้วยตัณหา มานะและทิฐิ เป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในศาสนานี้ย่อมไม่สำคัญซึ่งจักษุ ย่อมไม่สำคัญในจักษุ ย่อมไม่สำคัญแต่จักษุ ย่อมไม่สำคัญว่าจักษุของเรา ย่อมไม่สำคัญซึ่งรูป … ในรูป … แต่รูป … ว่า รูปของเรา ย่อมไม่สำคัญซึ่งจักษุวิญญาณ … ในจักษุวิญญาณ … แต่จักษุวิญญาณ … ว่า จักษุวิญญาณของเรา ย่อมไม่สำคัญจักษุสัมผัส … ในจักษุสัมผัส … แต่จักษุสัมผัส … ว่า จักษุสัมผัสของเรา ย่อมไม่สำคัญสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย … ในเวทนานั้น … แต่เวทนานั้น … ว่า เวทนานั้นเป็นของเรา ฯลฯ ย่อมไม่สำคัญซึ่งใจ … ในใจ … แต่ใจ … ว่า ใจของเรา ย่อมไม่สำคัญซึ่งธรรมารมณ์ … ในธรรมารมณ์ …แต่ธรรมารมณ์ … ว่า ธรรมารมณ์ของเรา ย่อมไม่สำคัญซึ่งมโนวิญญาณ … ในมโนวิญญาณ … แต่มโนวิญญาณ … ว่า มโนวิญญาณของเรา ย่อมไม่สำคัญซึ่งมโนสัมผัส … ในมโนสัมผัส … แต่มโนสัมผัส … ว่า มโนสัมผัสของเรา ย่อมไม่สำคัญในสุขเวทนา ทุกขเวทนาหรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัส เป็นปัจจัย … ในเวทนานั้น … แต่เวทนานั้น … ว่า เวทนานั้นเป็นของเรา ย่อมไม่สำคัญซึ่งสิ่งทั้งปวง … ในสิ่งทั้งปวง … แต่สิ่งทั้งปวง … แต่สิ่งทั้งปวงเป็นของเรา บุคคลผู้ไม่สำคัญอยู่อย่างนี้ ย่อมไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก เมื่อไม่ถือมั่น ย่อมไม่ สะดุ้งกลัว เมื่อไม่สะดุ้งกลัว ย่อมปรินิพพานได้เฉพาะตนทีเดียว รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันนี้แลคือข้อปฏิบัติที่สมควรแก่การเพิกถอนซึ่งความสำคัญสิ่งทั้งปวงด้วย ตัณหา มานะ และทิฐิ ฯ
จบสูตรที่ ๘