สังยุตตนิกาย

สคาถวรรค

พราหมณสังยุตต์

อุปาสกวรรคที่ ๒

กัฏฐหารสูตรที่ ๘

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ไพรสณฑ์แห่งหนึ่งในแคว้นโกศลโน้น ฯ

ก็สมัยนั้น พวกมาณพหลายคนซึ่งเป็นอันเตวาสิกของพราหมณ์ภารทวาชโคตรคนหนึ่ง เที่ยวหาฟืนพากันเข้าไปยังไพรสณฑ์นั้น แล้วได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งพระกายตรง ดำรงพระสติไว้เฉพาะหน้า อยู่ในไพรสณฑ์นั้น จึงเข้าไปหาพราหมณ์ภารทวาชโคตรถึงที่อยู่แล้วบอกพราหมณ์ภารทวาชโคตรว่า ขอท่านพึงทราบ พระสมณโคดมประทับนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งพระกายตรง ดำรงพระสติไว้เฉพาะหน้า อยู่ในไพรสณฑ์ ฯ

ลำดับนั้น พราหมณ์ภารทวาชโคตรพร้อมด้วยมาณพเหล่านั้นเข้าไปยังไพรสณฑ์นั้นแล้ว ได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งพระกายตรง ดำรงพระสติไว้เฉพาะหน้า ครั้นเห็นแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ณ ที่นั้น แล้วได้ทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า ภิกษุ ท่านเข้าไปสู่ป่าที่ว่างเปล่าปราศจากคนในป่าหนาทึบ น่าหวาด เสียวนัก มีกายไม่หวั่นเป็นประโยชน์ งาม เพ่งพินิจอย่างดีหนอ ท่านเป็นมุนีอาศัยป่า อยู่ในป่าผู้เดียว ซึ่งไม่มีการขับร้อง และการบรรเลง การที่ท่านมีจิตยินดี อยู่ในป่าแต่ผู้เดียวนี้ ปรากฏเป็นข้อน่าอัศจรรย์แก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าปรารถนาไตรทิพย์อันสูงสุด จึงมุ่งหมายความเป็นสหายกับท้าวมหาพรหมผู้เป็นอธิบดีของโลก เหตุไรท่านจึงชอบใจป่าที่ปราศจากคน ท่านทำความเพียรในที่นี้เพื่อบังเกิดเป็นพรหมหรือ ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ความมุ่งหวังหรือความเพลิดเพลินอย่างใดๆ ในอารมณ์หลายชนิด ซึ่งมีประจำอยู่ทุกเมื่อนานาประการ หรือตัณหาอันเป็นเหตุให้กระชับแน่น ซึ่งมีอวิชชาเป็นมูลราก ก่อให้เกิดทั้งหมด เราทำให้สิ้นสุดพร้อมทั้งราก แล้ว เราจึงไม่มีความมุ่งหวัง ไม่มีตัณหาประจำ ไม่มีตัณหาเข้ามาใกล้ มีปรกติเห็นหมดจดในธรรมทั้งปวง บรรลุสัมโพธิญาณอันสูงสุดประเสริฐ เราควรเป็นพรหมแกล้วกล้าเพ่งอยู่ ฯ

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสเช่นนี้แล้ว พราหมณ์ภารทวาชโคตรได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย ดุจหงายภาชนะที่คว่ำ เปิดของที่ปิดไว้ บอกทางแก่คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่าคนมีจักษุจะมองเห็นรูปได้ ข้าแต่ท่านพระโคดม ข้าพระองค์ขอถึงพระผู้มีพระภาคกับพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์เป็นสรณะ ขอพระองค์จงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ