สังยุตตนิกาย
สฬายตนวรรค
สามัณฑกสังยุตต์
สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ ฝั่งแม่น้ำคงคาใกล้อุกกเจลนคร ในแคว้นวัชชี ครั้งนั้นปริพาชกชื่อ สามัณฑกะ เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ได้ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระสารีบุตรว่า ดูกรท่านสารีบุตร ที่เรียกว่า นิพพานๆ ดังนี้ นิพพาน เป็นไฉนหนอ ท่านพระสารีบุตรตอบว่า
ดูกรผู้มีอายุ ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่า นิพพาน ฯ
ป. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคามีอยู่หรือ ปฏิปทามีอยู่หรือ เพื่อกระทำนิพพานนั้นให้แจ้ง ฯ
สา. มีอยู่ ผู้มีอายุ ฯ
ป. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็มรรคาเป็นไฉน ปฏิปทาเป็นไฉน เพื่อกระทำนิพพานนั้นให้แจ้ง ฯ
สา. ดูกรผู้มีอายุ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ฯลฯ ตั้งใจชอบ นี้แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทาเพื่อกระทำนิพพานนั้นให้แจ้ง ฯ
ป. ดูกรท่านผู้มีอายุ มรรคาดีนัก ปฏิปาดีนัก เพื่อกระทำนิพพานนั้นให้แจ้ง และเพียงพอเพื่อความไม่ประมาท นะท่านสารีบุตร ฯลฯ
ดูกรท่านสารีบุตร อะไรหนอเป็นการยากที่จะกระทำได้ในธรรมวินัยนี้ ฯ
สา. บรรพชา ผู้มีอายุ ฯ
ป. ดูกรภิกษุผู้มีอายุ ก็สิ่งอะไรอันบุคคลผู้บวชแล้วกระทำได้โดยยาก ฯ
สา. ความยินดียิ่ง ผู้มีอายุ ฯ
ป. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็สิ่งอะไรอันภิกษุผู้ยินดียิ่งแล้วกระทำได้โดยยาก ฯ
สา. การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ผู้มีอายุ ฯ
ป. ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็ภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมแล้ว นานเท่าไรจึงจะได้เป็นพระอรหันต์
สา. ไม่นานนัก ผู้มีอายุ ฯ
รวมพระสูตรในสังยุตต์นี้ เช่นเดียวกับสูตรก่อน ฯ
จบสามัณฑกสังยุตต์